ไม่กี่คลิ๊กก็ ต่อภาษีรถประจำปีออนไลน์ จากที่บ้านได้แล้ว ง่าย สะดวกมาก

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562
การต่อภาษีรถออนไลน์สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน ไม่ต้องเสียเงินค่าบริการจากผู้ที่รับต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์อีกต่อไป ไม่ต้องไปต่อคิวที่กรมการขนส่ง ไม่สะดวกออกจากบ้าน มาต่อภาษีรถออนไลน์กันครับ...!! แล้วรอรับป้ายภาษีที่บ้านได้เลย...!!

ป้ายภาษีรถยนต์

กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวก(อีกแล้ว)ให้กับประชาชนในการชำระค่าภาษีรถยนต์ประจำปีด้วยการเปิดรับชำระผ่านทางออนไลน์ สามารถชำระเงินได้หลายรูปแบบ ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัญชีเงินฝากก็สามารถชำระเงินผ่านทางเคาท์เตอร์เซอร์วิสได้ครับ...

ตรวจวันหมดอายุของป้ายภาษีรถยนต์

เพื่อนๆสามารถตรวจวันหมดอายุซึ่งจะระบุเป็น วันที่-เดือน-ปี ที่ป้ายภาษีนั้นๆกำกับเอาไว้ โดยหน้าตาของป้ายเหมือนกับรูปทางด้านบน โดยทางกรมการขนส่งทางบกเปิดให้ชำระภาษีได้ล่วงหน้าได้ 3 เดือนครับ

ประเภทรถที่สามารถต่อภาษีออนไลน์

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
  • รถจักรยานยนต์

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนต่อภาษีออนไลน์

  1. เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  2. เลขทะเบียนรถยนต์
  3. เลขที่และวันสิ้นอายุของกรมธรรม์ประกันภัย ได้จากเอกสารที่บริษัทประกันภัยรถออกให้
*** สำหรับผู้ที่ยังไม่มีกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ สามารถสมัครออนไลน์และนำเลขที่และวันหมดอายุมาใช้ได้ครับ ***

การต่อภาษีรถออนไลน์

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th

ต่อภาษีออนไลน์กับกรมการขนส่งทางบก
เว็บไซต์ e-Service ของกรมขนส่งทางบก

2. เข้าสู่ระบบด้วยเลขประจำตัวประชาชนและรหัสผ่าน ***หากยังไม่เคยลงทะเบียนจะต้องลงทะเบียนก่อนครับ คลิกที่ "ลงทะเบียนสมาชิกใหม่" คอลั่ม "บริการ"

3. เมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ในคอลั่ม "บริการ" ให้คลิกที่ "ชำระภาษีรถประจำปี" และเลือก "ชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์"

เลือก "ชำระภาษีรถประจำปี"

4. หากยังไม่เคยลงทะเบียนรถไว้ให้คลิก "ลงทะเบียนรถ" กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน จากนั้นคลิก "บันทึก"

คลิก "ลงทะเบียนรถ" และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน คลิก "บันทึก"

5. เมื่อลงทะเบียนรถเสร็จเรียบร้อยให้คลิกที่สัญลักษณ์ด้านใต้ "ยื่นชำระภาษี"

6. ระบบจะแสดงจำนวนเงินภาษีสรุปมาให้เป็นตัวเลขสีแดงครับ โดยมีค่าจัดส่งเอกสาร 32 บาท

ในช่อง "ข้อมูล พ.ร.บ." ให้เลือก "มีแล้ว" และกรอกข้อมูลให้ครบทั้ง บริษัทกรมธรรม์ เลขกรมธรรม์ และวันสิ้นอายุของกรมธรรม์ จากนั้นคลิก "กรอกที่อยู่จัดส่งเอกสาร"

กรอกรายละเอียดของ พ.ร.บ.

7. เมื่อกรอกที่อยู่จัดส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้คลิก "เลือกวิธีการชำระเงิน" การชำระเงินทำได้ 3 วิธี คือ
ชำระโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคาร (โดยในปัจจุบันทำได้ 3 ธนาคารได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารยูโอบี และธนาคารกรุงศรีอยุธยา)
ชำระโดยบัตรเครดิต (จะมีค่าธรรมเนียม 2%)
ชำระผ่านเคาท์เตอร์บริการ
จากนั้นคลิกที่ "ยืนยันการยื่นชำระภาษีรถ"

ช่องทางการชำระเงิน

8. หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ติดตามผลการชำระภาษีรถได้เลยครับ...!!

ทำครั้งแรกอาจจะนานนิดนึง

เนื่องจากต้องลงทะเบียนรถ กับไม่คุ้นชินการชำระออนไลน์ แต่ครั้งหน้าก็ไม่ต้องลงทะเบียนรถใหม่แล้วครับ มาถึงก็เลือกชำระภาษีได้เลย...!! หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ